สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู้เว็บไซต์

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 12

วันศุกร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560




เนื้อหาที่เรียน

กิจกรรมมือของฉัน
         จากการทำกิจกรรมนี้ เป็นการฝึกให้รู้ว่าคุณครูควรใส่ใจเกี่ยวกับการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างละเอียด เด็กๆของเราอยู่กับเราทุกวันก็จริง แต่ใช่ว่าเราจะสามารถจำรายละเอียดทั้งหมดของเด็กได้ เด็กจะเกิดพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว และมีพฤติกรรมที่หลากหลาย คุณครูต้องไม่คิดว่าตนเองจำได้ ต้องพยายามจดบันทึกอยู่ตอนเวลาเพื่อกันข้อมูลของเด็กผิดพลาด

การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรมเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
  •  เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน
  •  ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด 
  •  เน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach)

1. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
  •      เพิ่มทักษะพื้นฐานด้านสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด
  •      เกิดผลดีในระยะยาว
  •        เน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆแทน   การฝึกแต่เพียงทักษะทางวิชาการ
  •         แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education  Program; IEP)
  •        โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน

2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
  •        การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน (Activity of Daily Living Training)
  •        การฝึกฝนทักษะสังคม (Social Skill Training)
  •         การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story)

 3. การบำบัดทางเลือก
  •        การสื่อความหมายทดแทน (AAC)
  •        ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy)
  •       ดนตรีบำบัด (Music Therapy)
  •        การฝังเข็ม (Acupuncture)
  •        การบำบัดด้วยสัตว์ (Animal Therapy)

การสื่อความหมายทดแทน (Augmentative and Alternative Communication ; AAC)
  •        การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
  •        โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS)
  •        เครื่องโอภา (Communication Devices)
  •        โปรแกรมปราศรัย

Picture Exchange Communication System (PECS)


การประยุกต์ใช้
        จากการทำกิจกรรมมือของฉัน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนครูควรบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องไม่ควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว เพราะเวลาบันทึกพฤติกรรมเด็กจริงๆครูอาจจะลืมและอาจจะกรอกข้อมูลที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมของเด็กจริงๆ เพราะฉะนั้นครูควรใส่ใจรายละเอียดในเรื่องการบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นอย่างมาก

ประเมิน      
           
ประเมินตนเอง
        วันนี้ตั้งใจเรียนและจดบันทึกเนื้อหาสำคัญที่อาจารย์สอน มีความสุขและสนุกสนานกับการทำกิจกรรมของวันนี้เป็นอย่างมาก

ประเมินเพื่อน
        เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียน ตั้งใจทำกิจกรรม สนุกสนานในการทำกิจกรรมและมีการสนทนาพูดคุยโต้ตอบกับอาจารย์เป็นระยะหรือสนทนาในเรื่องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

ประเมินอาจารย์ผู้สอน
       วันนี้อาจารย์ร่าเริงแจ่มใส น่ารัก ตั้งใจสอน มีกิจกรรมสนุกสนานมาให้ทำ จึงทำให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียน เนื้อหาที่สอนไม่เยอะจนเกินไป อาจารย์สอนเข้าใจง่ายอธิบายและยกตัวอย่างให้นักศึกษาเพิ่มเติมด้วยค่ะ

ภาพการเรียนการสอนสัปดาห์นี้







 



บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 11

วันศุกร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560



เนื้อหาที่เรียน
  •        สอบกลางภาควิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
  • การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
        การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
•    การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
•    มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
•    ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
•    ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน
การเรียนร่วมบางเวลา (Integration)
•     การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติในบางเวลา
•     เด็กพิเศษได้มีโอกาสแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ
•    เป็นเด็กพิเศษที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมาก จึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้
การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)
•    การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน
•     เด็กพิเศษได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ
•    มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันและมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
•     เด็กปกติจะยอมรับความหลากหลายของมนุษย์ เข้าใจว่าคนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ท่ามกลางความแตกต่างกัน มนุษย์เราต้องการความรัก ความสนใจ ความเอาใจใส่เช่นเดียวกันทุกคน
ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)

•      การศึกษาสำหรับทุกคน
•      รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา
•      จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
Wilson , 2007
•      การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน (Inclusion) เป็นหลัก
•      การสอนที่ดี เป็นการสอนที่ครูกับนักเรียนช่วยกันให้ทุกคนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน
•     กิจกรรมทุกชนิดที่จะนำไปสู่การสอนที่ดี (Good Teaching) ต้องคิดอย่างรอบคอบเพื่อหาหนทางให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนได้
•     เป็นการกำหนดทางเลือกหลายๆ ทาง
"Inclusive Education is Education for all, 

It involves receiving people 
at the beginning of their education, 
with provision of additional services 
needed by each individual"

สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
•     เป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
•     เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
•     เกิดจากปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า การศึกษาสำหรับทุกคน (Education for All)
•     การเรียนรวม เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเด็กคนใดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
•    เด็กเลือกโรงเรียนไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก
•    เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพาเข้ามาโรงเรียนทางโรงเรียนจะต้องรับเด็กไว้ และจะต้องจัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม และดำเนินการเรียนในลักษณะ “รวมกัน” ที่ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคม ทุกคนยอมรับซึ่งกันและกัน
•     ทุกคนยอมรับว่ามี ผู้พิการ อยู่ในสังคมและเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับคนปกติ โดยไม่มีการแบ่งแยก
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ครูไม่ควรวินิจฉัย
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
  1. ครูทำอะไรบ้าง

•      ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ
•     ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย
•     สังเกตเด็กอย่างมีระบบ
•     จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ
สังเกตอย่างมีระบบ
การตรวจสอบ
•    จะทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไร
•     เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น
•    บอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ
ข้อควรระวังในการปฏิบัติ
•      ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้
•     ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้
•     พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป
การบันทึกการสังเกต
การนับอย่างง่ายๆ
•     นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม
•     กี่ครั้งในแต่ละวัน กี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง
•     ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม
การบันทึกต่อเนื่อง
•    ให้รายละเอียดได้มาก
•     เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่ง หรือช่วงกิจกรรมหนึ่ง
•    โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำช่วยเหลือ
ตัวอย่าง
                                          น้อง____  อายุ____ขวบ 

                                         บันทึกวันที่ ____
                                         กิจกรรม____

       การประยุกต์ใช้

        ทำให้นักศึกษามีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาแบบเรียนร่วมและการศึกษาแบบเรียนรวมว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ประเด็นหลักๆก็คือ เรียนรวมเด็กเลือกโรงเรียน เรียนร่วมโรงเรียนเลือกเด็ก
ประเมิน          
ประเมินตนเอง
        สำหรับการเรียนการสอนวันนี้ ดิฉันตั้งใจเรียน มีการจดบันทึกที่อาจารย์สอน การเรียนวันนี้ดิฉันมีความเข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน พอสมควร
ประเมินเพื่อน
        ในการเรียนวันนี้เพื่อนเพื่อนตั้งใจเรียนกันมาก ไม่คุยเสียงดังและให้ความร่วมมือกับอาจารย์เวลาอาจารย์ถามเพื่อนเพื่อนมีความสนุกสนานในการเรียนทำให้การเรียนไม่เครียด
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
        ในวันนี้อาจารย์แต่งตัวเรียบร้อยน่ารักสดใสเหมือนทุกวัน เตรียมสื่อการสอนมาเป็นอย่างดีเนื้อหาในการสอนไม่มากจนเกินไปอธิบายเข้าใจง่ายและมีภาพตัวอย่างมาให้นักศึกษาได้ดู
       ภาพการเรียนการสอนสัปดาห์นี้














บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 10

วันศุกร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560



เนื้อหาที่เรียน
8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ (Children with Behavioral and Emotional Disorders)
        มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำเด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆ ไม่ได้เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย
การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ
ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
•                  ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพย์
•                  ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น และเกรี้ยวกราด
•                  กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ ชอบโกหก ชอบโทษผู้อื่น
•                  เอะอะและหยาบคาย
•                  หนีเรียน รวมถึงหนีออกจากบ้าน
•                  ใช้สารเสพติด
•                  หมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศ
ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)
•                  จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 วินาที
•                  ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
•                  งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจใดๆ รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด
สมาธิสั้น (Attention Deficit)
•                  มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
•                  พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
•                  มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ
การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
•                  หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
•                  เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
•                  ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก
ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย (Function Disorder)
•                  ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
•                  การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation)
•                  การปฏิเสธที่จะรับประทาน
•                  รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
•                  โรคอ้วน (Obesity)
•                  ความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ (Elimination Disorder)
ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง
•                  ขาดเหตุผลในการคิด
•                  อาการหลงผิด (Delusion)
•                  อาการประสาทหลอน (Hallucination)
•                  พฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง
สาเหตุ ปัจจัยทางชีวภาพ (Biology), ปัจจัยทางจิตสังคม (Psychosocial)
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก
•                  เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit and Hyperactivity Disorders)
•                  เด็กออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิสซึ่ม (Autisum)
เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit Hyperactivity Disorders)
ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวชมีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ
Inattentiveness (สมาธิสั้น)
          ทำอะไรได้ไม่นาน วอกแวก ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่กำลังทำได้นานเพียงพอ มักใจลอยหรือเหม่อลอยง่าย เด็กเล็กๆจะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ เด็กโตมักทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด
Hyperactivity (ซนอยู่ไม่นิ่ง)
•                  ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง ซนมาก
•                  เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
•                  เหลียวซ้ายแลขวา
•                  ยุกยิก แกะโน่นเกานี่
•                  อยู่ไม่สุข ปีนป่าย
•                  นั่งไม่ติดที่
•                  ชอบคุยส่งเสียงดังรบกวนคนรอบข้าง
Impulsiveness (หุนหันพลันแล่น)
•                  ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้ มักทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด วู่วาม
•                  ขาดความยับยั้งชั่งใจ
•                  ไม่อดทนต่อการรอคอย หรือกฎระเบียบ
•                  ไม่อยู่ในกติกา
•                  ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง
•                  พูดโพล่ง ทะลุกลางปล้อง
•                  ไม่รอคอยให้คนอื่นพูดจบก่อน ชอบมาสอดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน
สาเหตุ ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง เช่น โดปามีน (dopamine) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine) ,ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex) ,พันธุกรรม,สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
          ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิสั้น สมาธิสั้นไม่ได้เกิดจากความผิดของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกผิดวิธี ตามใจมากเกินไป หรือปล่อยปละละเลยจนเกินไป และไม่ใช่ความผิดของเด็กที่ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของสมองที่ควบคุมเรื่องสมาธิของเด็ก

อยู่ไม่สุข (Hyperactivity )  แตกต่างจาก  สมาธิสั้น (Attention Deficit )



ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
•                  อุจจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้า หรือที่นอน
•                  ยังติดขวดนม หรือตุ๊กตา และของใช้ในวัยทารก
•                  ดูดนิ้ว กัดเล็บ
•                  หงอยเหงาเศร้าซึม การหนีสังคม
•                  เรียกร้องความสนใจ
•                  อารมณ์หวั่นไหวง่ายต่อสิ่งเร้า
•                  ขี้อิจฉาริษยา ก้าวร้าว
•                  ฝันกลางวัน
•                  พูดเพ้อเจ้อ
9. เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Handicaps)
•                  เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
•                  เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
•                  เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
•                  เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด
การประยุกต์ใช้
        เนื้อหาที่เรียนวันนี้ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้น มีอาการเป็นอย่างไรเข้าใจถึงลักษณะเด็กที่มี ความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
ประเมิน          
ประเมินตนเอง
        สำหรับการเรียนวันนี้ดิฉันไม่ได้มาเรียนเพราะติดธุระทางบ้านแต่ตามงานจากเพื่อนและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่อาจารย์สอนวันนี้ค่ะ
ประเมินเพื่อน

        เพื่อนบอกเกี่ยวกับเนื้อหาที่อาจารย์สอนในวันนี้ว่าอาจารย์สอนเรื่องอะไรมีความสำคัญหรือว่าจุดเด่นตรงไหนบ้าง